FAR-UVC222 คืออะไร?
ที่มาของ FAR-UVC 222nm เริ่มจาก David Brenner ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยรังสีวิทยาของโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบคลื่น FAR-UVC ที่มีความยาวคลื่น 222 นาโนเมตร ที่สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ โดยรังสีไม่สามารถทะลุผ่านผิวหนังและดวงตาของมนุษย์ได้ ทำให้ปลอดภัยต่อมนุษย์และสัตว์ แต่ยังคงประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคได้
ซึ่งในปี 2013 ทีมงานของโคลัมเบียได้เริ่มศึกษาประสิทธิภาพของ FAR-UVC 222nm ในการกำจัดแบคทีเรียที่ดื้อยา กับการยับยั้งไวรัสด้วยรังสี เบรนเนอร์ได้กล่าวว่า “ การทดลองเริ่มขึ้นเมื่อ 3 – 4 สัปดาห์ ก่อน ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่ารังสี FAR-UVC222nm ทำลายเชื้อไวรัสที่ลอยอยู่ในอากาศได้ ในขณะที่ผู้ติดเชื้อมีอาการไอหรือจาม รวมทั้งสามารถทำลายเชื้อไวรัสบนพื้นผิวได้ภายในไม่กี่นาที ซึ่งการทดสอบนี้จึงยืนยันได้ว่ารังสีเหล่านี้ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์ “สิ่งที่ได้คือ นวัตกรรมใหม่ในการฆ่าเชื้อ”
“ เป็นเวลา 40 สัปดาห์แล้ว ที่ห้องปฏิบัติการได้ให้หนูทดลองได้รับรังสีFAR-UVC222nm เป็นเวลา 8 ชั่วโมงต่อวัน ติดต่อกัน 5 วันต่อสัปดาห์ ที่ระดับความเข้มข้นสูงกว่าที่เราคิดไว้ถึง 20 เท่าเมื่อใช้กับมนุษย์“
“ผลลัพธ์ที่ได้ หลังจากทดสอบตาและผิวหนังของหนูแล้ว
“เราไม่พบสิ่งใดเลย หนูมีความสุขมาก และน่ารักมากด้วย” เบรนเนอร์กล่าว
Columbia’s Center for Radiological Research center’s director, David Brenner
จากงานวิจัยระดับสากล สู่เทคโนโลยี Far-UVC 222 nm ในประเทศไทย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยี Far-UVC 222 nm ได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องจากนักวิจัยและสถาบันทางการแพทย์ในหลายประเทศ โดยมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการ ลดและยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และจุลชีพ ทั้งเชื้อที่ลอยอยู่ในอากาศและเชื้อที่สะสมบนพื้นผิว
จุดเด่นของแสง Far-UVC ความยาวคลื่น 222 นาโนเมตร คือมีความสามารถในการทำลายสารพันธุกรรมและโปรตีนของเชื้อจุลชีพ ทำให้เชื้อไม่สามารถเพิ่มจำนวนหรือแพร่กระจายต่อได้ ขณะเดียวกัน แสงในช่วงความยาวคลื่นนี้มีความสามารถในการทะลุผ่านเนื้อเยื่อต่ำกว่าแสง UVC แบบดั้งเดิม จึงได้รับความสนใจในการพัฒนาเป็น เทคโนโลยีฆ่าเชื้อสำหรับพื้นที่ที่มีคนใช้งาน ภายใต้การออกแบบและควบคุมระดับการเปิดรับแสงตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
NOVA นำเทคโนโลยี Far-UVC 222 nm มาพัฒนาเพื่อการใช้งานจริง
บริษัท โนวา เวอร์ทา (ประเทศไทย) จำกัด เล็งเห็นถึงความสำคัญของการควบคุมเชื้อโรคภายในอาคาร โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีผู้ใช้งานร่วมกันเป็นจำนวนมาก เช่น โรงพยาบาล คลินิก สำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม โรงเรียน ห้องประชุม พื้นที่รอรับบริการ และระบบขนส่งสาธารณะ
บริษัทจึงได้นำเทคโนโลยี Far-UVC 222 nm มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับช่วย ลดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียในอากาศและบนพื้นผิว เพื่อเสริมมาตรการด้านสุขอนามัยและลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของเชื้อภายในพื้นที่ใช้งานจริง
ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการส่งทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อร่วมกับหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทดสอบโดยคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การดูแลของ ศาสตราจารย์ ดร. น.สพ. พงศ์ราม รามสูต และมีการทดสอบด้านความปลอดภัยของการเปิดรับแสง หรือ Photobiological Safety โดยอ้างอิงมาตรฐาน IEC 62471:2006 จากสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด
นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินการด้านข้อมูลและฉลากผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนดของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีข้อมูลการใช้งาน คำเตือน และเงื่อนไขด้านความปลอดภัยที่ชัดเจนสำหรับผู้ใช้งาน
แหล่งกำเนิดแสง Excimer 222 nm จากผู้ผลิตที่มีความเชี่ยวชาญ
NOVA เลือกใช้แหล่งกำเนิดแสง Excimer Far-UVC 222 nm จากผู้ผลิตที่มีประสบการณ์ด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตเทคโนโลยีแสงเฉพาะทางมากกว่า 30 ปี โดยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีไปยังหลายประเทศในทวีปอเมริกาและยุโรป
ผู้ผลิตมีระบบบริหารจัดการคุณภาพและเอกสารมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น CE, FCC และ ISO 9001 ตามขอบเขตและรุ่นของผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และความน่าเชื่อถือของแหล่งกำเนิดแสงที่นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ NOVA
ด้วยการผสานเทคโนโลยี Far-UVC 222 nm เข้ากับการออกแบบผลิตภัณฑ์ ระบบควบคุม และการติดตั้งที่เหมาะสม NOVA มุ่งพัฒนาโซลูชันสำหรับ ฆ่าเชื้อในอากาศและพื้นผิว ลดเชื้อไวรัส ลดเชื้อแบคทีเรีย และช่วยควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อภายในอาคาร ให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
